1 เดือนที่แสนประทับใจ คงจดจำตลอดไป แม้มันจะแสนปวดร้าว

         ด้วยที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็น ซื่อบื้อ แต่ก็กัดฟันสู้เรียนจบมาจนได้ ตอนนี้ก็ตกงาน ด้วยการที่ตกงานนานเกินไป จึงทำให้ถูกส่งไปฝึกงานที่สถานีอนามัยของอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก็ฝึกไปเรื่อยๆ ก็ด้วยความที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นอ่าน้า ก็ได้แค่บรรจุซองยา ค้นประวัติ งานธุรการนิดหน่อย อันหลักๆก็เป็นเด็กมัธยมที่มาฝึกงานทำ ผมมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม จนกระทั่งต้นเดือนเมษา ก็นักศึกษาฝึกงานมา 2 คน หนึ่งในนั้นเธอก็เข้ามาคุยกับผม วันแรกแทบไม่ได้คุยกันเลย  จนมาวันที่ 3 มีโครงการฉีดยาโลกพิษสุนัขบ้าประจำปีของตำบล ลูกพี่ลูกพี่น้องผม เขาเป็นผู้อำนวยการเขาไล่ผมไปขึ้นรถที่มีเธอคนนั้นอยู่ท้ายรถ สุดท้ายผมก็ได้ไปด้วย จำไม่ได้ว่าคุยกันประโยคแรกตอนไหน รู้แต่ว่าได้ฉีดสุนัขไปตัวเดียวเอง แบบกลัวเข็มด้วย กลัวสุนัขมันดิ้นแล้วมากัดด้วย >< ผมฉีดไปมือสั่นไป ฉีดเสร็จปรบมือให้กันใหญ่ จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ยเรา 555+ ถ้าจำไม่ผิดเค้าทักผมมาก่อนว่า พี่จบที่รึยัง ที่ไหนอย่างไร ผมก็ถามเหทือนกัน น้องเค้าอยู่แค่ปี 1 เอง แต่ความคิดเป็นผู้ใหญ่เอามากๆ ไอ้เราก็นึกว่าอยู่ปี 3 เพราะมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ให้ฝึกงานตอนปี 3 ความประทับใจแรกที่ผมเจอ แดดมันร้อนเค้ายื่นหมวกมาให้ผม บอกเดียวจะดำและมากมายจำไม่ได้แล้ว ผ่านมาราวเดือนกว่า เขียนไปยังเจ็บปวดหัวใจไป เจ็บจริงๆนะเหมือนหลอดเลือดหัวใจตีบ เดียวมาเขียนทีหลัง หลังจากวันนั้นมาตอนเย็นเกิดเริ่มคุยกันออกนอกหน้า จากนั้นวันต่อมาผมเลยอยากไปอีก :) ผมจึงรอจังหวะให้ได้นั่งรถคันเดียวกับเธอ วันนี้เธอฉีด ผมจดข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ แล้วเราก็ขึ้นไปกินข้าวบนดอย เป็นหมู่บ้านของตำบลที่อยู่บนดอยระยะทางค่อนจะไกลทางขรุขระมากพวกเรานั่งกินข้าวด้วยกันบนดอย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเราเริ่มหันมาคุยกันบ่อยมากขึ้น เธอถามกินข้าวรึยังเอย อะไรเอย วันไหนเราไม่ได้กินข้าวเช้า เขาก็จะเอาขนมปังมาให้ บางวันก็ขนมปังด้วยกัน แถามยังใจดีเอาข้าวที่ร้านมาให้ตอนมื้อเช้าอีก ทำไมถึงทำขนาดนี้ด้วยเนอะ คนอื่นยังไม่ขนาดนี้เลย ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะมีใจให้เราไหมนะ อาทิตย์ต่อมาก็คุยกันอีก มีแบบขึ้นมาตามหาด้วยนะ ผมซึ่งนอนอยู่ด้านบนอนามัยไง เธอก็ขึ้นมาตามหาด้วย  หลังๆมาก่อนกลับมีไปส่งที่รถด้วย และอาทิตย์สุดท้ายก่อน จะหยุดสงกรานต์จริงๆผมจะไม่กลับขึ้นไปก็ได้ เพราะอีกแค่ 3 วันมันก็หยุดสงกรานต์ แต่ผมก็อยากกลับขึ้นไปเพราะเธอรึเปล่าไม่แน่ใจนะ อิอิ วันสุดท้ายก่อนกลับ เธอนั่งเป็นเพื่อนเราจนค่ำเลยทีเดียว จนค่ำมากไปบ้านเธอก็โทรตามกลับบ้าน ผมจึงตัดสินใจจะขอเบอร์ โดยรวบรวมความกล้าประกอบตอนนั่นกินเบียร์จนหน้าตึงได้ที่ละ เธอจะกลับบ้านเข้ามาเอาของผมก็เลยตามไปส่งเธอขึ้นรถ เลยตัดสินเอาดินสอเขียนเบอร์ของผมใส่กระดาษ แล้วบอกว่าถึงบ้านแล้วช่วยยิงมานะเบอร์นี้ แต่เธอก็โทรออกทันที แล้วโทรศัพท์ตอนนั้นมีเด็กยืมไปเล่นเกมส์อยู่ และเธอก็โทรเข้าแล้วไปเอาโทรศัพท์ผมมาดู เพื่อดูว่าเมมเข้ารึเปล่า ตั้งแต่วันนั้นเองวันที่ 11 เมษาเป็นต้นไป โทรศัพท์ของผมที่มันเงียบเหงาไปวันๆ ก็ไม่เคยเหงาอีกเลย ชาตแบตบ่อยขึ้นด้วย เธอโทรมาประมาณเกือบ 2 ทุ่ม 4-5 ครั้ง ผมไม่ได้ยินแฮะผมนั่งกินข้างนอกเลยไม่ได้ยิน ตี 1 เธอจึงโทรมาอีกรอบ ซึ่งผมก้วูบหลับไปแล้วก็สะดุ่งตื่นมารับสาย ประทับใจมากเลย เช้าวันที่ 12 ผมก็เตรียมจะกลับเธอก็โทรมาอีกตอนเช้าๆ และตอนบ่ายๆก็โทรมาอีก และตอนดึกก็โทรมาอีกคุยยาวเลย ช่วงสงกรานต์ก็คุยกันตลอดเช้าเย็นๆ ไม่เหงาเลยผม